หนุ่มอายุน้อยจิตอาสาชาวศรีสะเกษ เปิดบ้านตัวเองกลายเป็นสถานรับดูแลคนป่วยติดเตียงที่ยากไร้ ไร้ญาติดูแล ล่าสุดเตรียมย้ายไปตั้งศูนย์ที่บ้านสวน หลังมีคนใจบุญช่วยบริจาคให้

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียได้นำเสนอเรื่องราว หนุ่มจิตอาสาชาวศรีสะเกษ ได้รับเลี้ยงดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีญาติ ไม่มีคนดูแล เพราะสงสารคนเจ็บป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัว และสละบ้านตัวเอง สร้างเป็นที่พักคนยากไร้ นับวันยิ่งมีคนเข้ามาอาศัยให้ดูแลเพิ่มมากขึ้น กระทั่งสถานที่คับแคบและคิดขยายออกไปอยู่ที่อื่น ล่าสุดได้มีคนบริจาคที่ดินที่ทำสวนนอกหมู่บ้าน ให้สร้างเป็นสถานพักพิงผู้ป่วยไร้ญาติ

หนุ่มจิตอาสาที่ได้ชื่อว่าเทพบุตรคนล่าสุดรายนี้ ก็คือ นายนัฐพงศ์ ประศรีพัฒน์ หรือ โดโด้ อายุ 26 ปี เป็นชาวบ้านบ้านโนนแกด หมู่ 6 .ทุ่ม อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมตนเองเรียนจบชั้น ม.3 และไม่ได้เรียนต่อ แต่ด้วยความอยากมีวิชาความรู้ที่จะยึดเป็นอาชีพได้ ด้วยความที่มีจิตใจอยากช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือคนยากจน คนที่ด้อยโอกาส จึงไปเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่โรงเรียนศรีสะเกษบริบาล หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาล ผู้สูงอายุ และเด็ก

เมื่อเรียนจบมาแล้วก็ได้ไปทำงานที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุทำอยู่เกือบปี ก่อนจะกลับมาอยู่บ้านทำธุรกิจส่วนตัว หลังจากกลับมาอยู่บ้านก็ได้มาพบกับคุณตาคนหนึ่งที่อายุมากแล้ว คุณตาเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนคุณยายก็อายุมากแล้ว แต่ยังคอยดูแลกัน

แต่เนื่องจากคุณตาตัวใหญ่ และมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก เวลาคุณยายจะพาไปเข้าห้องน้ำหรืออาบน้ำ ต้องอุ้มตาไป แต่นานวันเข้าคุณยายก็ต้องล้มป่วย เนื่องจากอาการกระดูกกดทับเส้นประมาท ทำให้คุณยายช่วยเหลืออะไรไม่ได้ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปอีกคน อีกทั้งยังไม่มีลูกหลานคอยดูแล ตนจึงอาสารับเลี้ยงดูแลสองตายายเป็นคู่แรก

นายนัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า แรงบันดาลใจที่มาทำตรงนี้ ก็เนื่องจากคิดว่าคนเราเมื่อพบเห็นสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมาหรือแมว หรือสัตว์อะไรก็แล้วแต่ที่เจ็บป่วยเรายังเก็บเขามาเลี้ยง นำกลับมาบ้านดูแลรักษาอาการบาดเจ็บ ให้ข้าวให้น้ำกิน แต่ในมุมเดียวกัน ยามคนเจ็บป่วย แต่ไม่มีคนดูแล เราจะทิ้งเขาไปตามยถากรรมแบบนั้นได้อย่างไร

ทั้งนี้ หลังจากรับเลี้ยงดูแลสามีกับภรรยาคู่แรกแล้ว ก็เริ่มมีรายใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียงที่รักษาโรคอื่นๆ หรือไม่มีโรคประจำตัวแล้ว ทางโรงพยาบาลที่รับรักษาอยู่ก็อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ไม่มีญาติหรือลูกหลานมารับกลับบ้าน ทางโรงพยาบาลก็ได้พามาฝากไว้ให้ตนรับไว้ดูแล

ทำให้ขณะนี้ มีผู้ป่วยติดเตียงและมีใบรับรองแพทย์ว่าไม่มีโรคติดต่อ ไม่มีโรคประจำตัวอะไร ไม่มีโรคอะไรที่ต้องรักษา หรือต้องกินยา ตนรับมาเพียงให้การดูแล เลี้ยงดู แต่ไม่ได้รักษาโรคใดๆ ตนไม่ใช่หมอไม่ใช่แพทย์ ไม่มีความรู้ในการรักษาโรค มีเพียงวิชาความรู้การดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และเด็กเท่านั้น

นายนัฐพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ตอนนี้บ้านที่ตั้งศูนย์อยู่ก็เริ่มคับแคบ เพราะมีคนป่วยติดเตียงมาให้ตนดูแลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตนจึงคิดว่าจะไปตั้งสถานที่ดูแลผู้ป่วย หรือ ศูนย์ผู้ป่วยยากไร้ศรีสะเกษ หลังจากที่คิดจะย้ายศูนย์ไปตั้งที่อื่น ก็มีผู้ใจบุญใจกุศลบริจาคที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งานให้ ตอนนี้กำลังก่อสร้างและจะย้ายศูนย์ออกไป เป็นที่ดินที่มีเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน เพียงพอต่อการตั้งศูนย์

โดยจะสร้างอาคารที่พัก ขนาดกว้าง 6 ยาว 24 เมตร สามารถตั้งเตียงรับผู้ป่วยได้ 20 เตียง อีกทั้งยังเหลือที่ดินว่างเปล่าไว้สำหรับปลูกผักสวนครัวและเลี้ยงเป็ด-ไก่ เพื่อนำไข่มาทำอาหารเลี้ยงดูแลผู้ป่วย เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้

ในทุกวันนี้ตนมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ผู้ป่วยนอนก็ต้องดูแลในห้องปรับอากาศ โดยมีผู้ใจบุญใจกุศลบริจาคให้ที่ก่อสร้างโรงเรือนอาคารใหม่ อีกทั้งยังมีผู้ใจบุญที่ไม่ประสงค์ออกนามบริจาควัสดุก่อสร้างและค่าแรงช่างมาให้ด้วย คาดว่าอีกไม่นานก็เสร็จ และจะได้ย้ายผู้ป่วยออกจากหมู่บ้านกลางชุมชน มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า ไม่ก่อให้เกิดมลพิษกับชุมชน

นายนัฐพงศ์ ยังบอกว่า ตนไม่ใช่คนร่ำรวยอะไรเลย แต่ที่ทำได้ทุกวันนี้เพราะมีผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือมา เชื่อว่าบุญกุศลที่ได้ทำทุกวันนี้จะส่งให้ทุกคนที่ได้ร่วมกันทำความดี จะส่งเสริมให้ทุกคนโชคดี มีความสุข มีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรงกันทุกคน

 

Cr. Sanook! News